รายละเอียด

ประเด็นคำถามสัมภาษณ์พิเศษ (Exclusive Interview) คุณพรรณกาญจ์ เจียมสุชน ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ ฮ่องกง

  1. สินค้าใดของประเทศไทยที่มีศักยภาพในการขยายตลาดและเป็นโอกาสสำคัญในตลาดฮ่องกง

    ฮ่องกงยังคงเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของไทย โดยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 12 และเป็นตลาดส่งออกลำดับที่ 9 ของไทย นอกจากนั้นฮ่องกงยังคงเป็นประตูสู่จีนแผ่นดินใหญ่ สินค้าไทยที่มีศักยภาพสูง ได้แก่

    1.1 เครื่องประดับและอัญมณีเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกสำคัญของไทยมายังฮ่องกง การส่งออกเครื่องประดับของไทยในช่วงปี 2564–2568 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยมูลค่าส่งออกเพิ่มจาก 1,323 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2564 เป็นกว่า 2,848 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 และ 2,931 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ แม้จะมีการชะลอตัวเล็กน้อยจากปัจจัยเศรษฐกิจโลก แต่ภาพรวมยังสะท้อนความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมไทย อุตสาหกรรมนี้ยังคงเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกสำคัญที่สร้างรายได้ให้ประเทศอย่างต่อเนื่อง สินค้าสำคัญ เช่น ทองคำ (Gold) เครื่องประดับ (Articles of Jewelry) และพลอยสี (Precious stones) เป็นต้น

    เนื่องจากฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีระดับโลก มีความต้องการทั้งจากกลุ่มผู้ค้าจากทั่วโลกและผู้บริโภคท้องถิ่น ในขณะที่ประเทศไทยมีความได้เปรียบด้านฝีมือ การออกแบบ และราคาที่แข่งขันได้

    1.2 สินค้าอาหารสด–ผลไม้พรีเมียม สถานการณ์ตลาดส่งออกผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้งของไทยในช่วงปี 2567–2569 ไทยไปฮ่องกง สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของตลาดผลไม้ไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดฮ่องกง ซึ่งแม้จะเป็นตลาดสำคัญของผลไม้พรีเมียม แต่มีความผันผวนสูงตามภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันในภูมิภาค โดยในเดือนมกราคมปี 2569 มูลค่าการส่งออกลดลงต่อเนื่องเหลือเพียง 85.14 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบหลายปี อัตราการขยายตัวของการส่งออกไปฮ่องกงในเดือนมกราคม 2569 กลับหดตัวลงอย่างรุนแรงถึง –47.8% แสดงให้เห็นถึงความผันผวนของอุปสงค์ในตลาดฮ่องกง และการแข่งขันที่รุนแรงจากประเทศคู่แข่ง เช่น จีน เวียดนาม มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ฮ่องกงเป็นตลาดที่มีความอ่อนไหวสูงต่อราคา คุณภาพ และกำลังเผชิญความท้าทายมากขึ้น ทั้งจากการแข่งขันที่รุนแรง การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค และมาตรฐานคุณภาพที่เข้มงวดขึ้น ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องยกระดับมาตรฐานการผลิต การคัดเกรด และบรรจุภัณฑ์ รวมถึงสร้างความแตกต่างด้านคุณภาพและความปลอดภัย เช่น การได้รับการรับรอง GlobalGAP, HACCP เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

    1.3 สินค้าไลฟ์สไตล์สุขภาพและความงาม ผู้บริโภคฮ่องกงให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และความเป็นธรรมชาติ แบรนด์ไทยหลายแบรนด์และสินค้า Wellness ได้รับการตอบรับดีและกำลังขยายสาขาในฮ่องกงอย่างต่อเนื่อง

    1.4 สินค้าบริการธุรกิจด้านสุขภาพยุคใหม่ที่ผสมผสานกัน เช่น Wellness, Hospitality และ Healthcare ฮ่องกงสนใจบริการสุขภาพและ Wellness ของไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจุบันชาวฮ่องกงเริ่มนิยมเดินทางไปใช้บริการในประเทศไทยมากขึ้น ในขณะเดียวกันนักลงทุนไทยได้เข้ามาลงทุนดำเนินธุรกิจด้านสินค้าบริการธุรกิจสุขภาพยุคใหม่ในฮ่องกงเพิ่มขึ้น

  2. แนวโน้มผู้บริโภคฮ่องกงในกลุ่มสินค้าเครื่องประดับมีทิศทางอย่างไร และผู้ประกอบการไทยควรปรับตัวอย่างไรให้สอดคล้องกับตลาด

    แนวโน้มผู้บริโภคในกลุ่มสินค้าเครื่องประดับ เน้นความพรีเมียมและความหมายเชิงอารมณ์ (Emotional Value) ผู้บริโภคฮ่องกงนิยมเครื่องประดับที่มีเรื่องราว มีความหมาย เช่น ความรัก ความโชคดี หรือความเชื่อมงคลดีไซน์มินิมอล–หรูหรา (Modern Luxury) สไตล์เรียบแต่ดูแพง ได้รับความนิยมสูง โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงาน สิ่งสำคัญคือความโปร่งใสและมาตรฐาน ผู้บริโภคปัจจุบันต้องการข้อมูลแหล่งที่มา การรับรองคุณภาพ และความน่าเชื่อถือของแบรนด์

    ข้อเสนอแนะต่อผู้ประกอบการไทย คือแบรนด์สินค้าเครื่องประดับไทยควรยกระดับมาตรฐานสากล เช่น GIA, RJC เพื่อสร้างความเชื่อมั่น พัฒนาแบรนด์สตอรี่ ให้สอดคล้องกับความเชื่อ ความหมาย และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคฮ่องกง ออกแบบเฉพาะตลาด (Market-specific Design) เช่น เครื่องประดับมงคล ความหมายดี สร้างประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience) ทั้งออนไลน์–ออฟไลน์ และใช้ Influencer หรือ KOL ฮ่องกง เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง

  3. งาน HKTDC Hong Kong International Jewellery Show มีความน่าสนใจอย่างไร

    งานนี้ถือเป็นหนึ่งในเวทีอัญมณีที่สำคัญที่สุดของโลก จัดในรูปแบบ “Two Shows, Two Venues” ครอบคลุมทั้งวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป ทำให้ผู้ซื้อสามารถเข้าถึงสินค้าได้ครบวงจรในที่เดียว โดยมีผู้แสดงสินค้ากว่า 4,000 ราย และผู้เข้าชม/ผู้ซื้อกว่า 82,000 ราย จากหลากหลายประเทศทั่วโลก

    จุดเด่นสำคัญคือการเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีระดับโลก เชื่อมโยงผู้ซื้อจากจีนแผ่นดินใหญ่ เอเชีย และตะวันออกกลาง พร้อมทั้งมีระบบ Business Matching ที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงคู่ค้าได้ตรงกลุ่ม นอกจากนี้ยังเป็นเวทีสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์และยกระดับแบรนด์ “Jewellery from Thailand” ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

  4. ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงานดังกล่าวนี้มากน้อยแค่ไหน และผลตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง

    4.1 ผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมอย่างสม่ำเสมอ ในปีนี้งาน Hong Kong International Jewellery Show มีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วม 108 ราย และในงาน Hong Kong International Diamond, Gem & Pearl Show มีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วม 159 ราย ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีผู้ประกอบการเข้าร่วมงานจำนวนมากทุกปี ส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตอัญมณี เงินแท้ ทองคำ เพชร พลอยสี และดีไซเนอร์แบรนด์ไทย

    4.2 ในด้านผลตอบรับถือว่าอยู่ในระดับดี ผู้ซื้อให้ความสนใจสินค้าไทยจากจุดแข็งด้านฝีมือการผลิตที่ประณีตและราคาที่แข่งขันได้ หลายรายสามารถต่อยอดขยายตลาดไปยังจีนแผ่นดินใหญ่และตะวันออกกลางได้จริง รวมถึงมีบางแบรนด์ที่สามารถพัฒนาไปสู่การเปิดตลาดหรือขยายธุรกิจในต่างประเทศได้จากการเข้าร่วมงานนี้

  5. ในตลาดฮ่องกงมีงานแสดงสินค้าไหนที่น่าสนใจบ้าง

    ฮ่องกงยังคงเป็นศูนย์กลางการจัดงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ โดยมีงานสำคัญที่ครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม เช่น

    • Hong Kong International Jewellery Show (อัญมณีและเครื่องประดับ)
    • HKTDC Gifts & Premium Fair (สินค้าไลฟ์สไตล์และของขวัญ)
    • HKTDC Food Expo (อาหารและสินค้าเกษตร)
    • Cosmoprof Asia (ความงามและสุขภาพ)
    • Asia Fruit Logistica (ผักและผลไม้สด)

    งานเหล่านี้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงผู้ซื้อจากทั่วโลก และต่อยอดสู่ตลาดต่างประเทศได้ในหลากหลายกลุ่มสินค้า

  6. ส่งท้ายฝากถึงผู้ประกอบการถึงการเข้าร่วมงาน HKTDC Hong Kong International Jewellery Show

    งาน HKTDC Hong Kong International Jewellery Show เป็นเวทีเชิงยุทธศาสตร์ที่ผู้ประกอบการไทยไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นประตูสำคัญสู่ตลาดอัญมณีระดับโลกและตลาดผู้บริโภคกำลังซื้อสูงอย่างจีนแผ่นดินใหญ่ ผู้ประกอบการไทยควรเตรียมความพร้อม ด้วยการยกระดับมาตรฐานสินค้าและความโปร่งใส พัฒนาแบรนด์สตอรี่ให้โดดเด่น ใช้ประโยชน์จากระบบจับคู่ธุรกิจของ HKTDC สร้างเครือข่ายกับผู้ซื้อระดับพรีเมียม มองฮ่องกงเป็นฐานเชื่อมต่อสู่ Greater Bay Area และตลาดโลก ฮ่องกงยังคงเป็นตลาดที่เปิดกว้าง แม้การแข่งขันสูง แต่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า หากผู้ประกอบการไทยพร้อมปรับตัวและยกระดับสู่มาตรฐานสากล